ฉนวนกันความร้อนพีอี (PE หรือ Polyethylene) คือ ฉนวนกันความร้อนที่นิยมในปัจจุบัน มีลักษณะเป็นโฟมเหนียว แต่อ่อนนุ่ม มีแผ่นฟอยล์บางๆเคลือบบนผิวโฟมอีกชั้นหนึ่งโดยวัสดุโฟมจะมีคุณสมบัติทนทานต่อความร้อน ส่วนแผ่นฟอยล์จะช่วยสะท้อนความร้อน และปกป้องแผ่นโฟม ฉนวนกันความร้อนพีอีจะช่วยป้องกันความร้อนให้แก่ที่อยู่อาศัย บ้านเรือน อาคาร ซึ่งฉนวนกันความร้อนพีอี (PE) จะมีความหนาทั้งหมด 3 ขนาดได้แก่ 3 มม. 5 มม. และ 10 มม. และขนาดมาตรฐานที่คนนิยมใช้มากที่สุด คือ 5 มม.

ฉนวนกันความร้อนพีอี (PE) ทำมาจากโพลีเอทิลีน (Poly Ethylene) เป็นโพลิเมอร์ที่คนนิยมนำมาใช้งานมากที่สุด ทำจากพลาสติกเหนียวซึ่งทนต่อแรงกระแทก มีน้ำหนักเบา และ ยังทนทานต่อการกัดกร่อน จึงนิยมนำมาใช้ในอาคาร หรือ โรงงานที่มีสารเคมีระเหย หากติดแผ่นฉนวนกันความร้อนพีอี (PE) กับแผ่นเมทัลชีท จะช่วยป้องกันการกัดกร่อนได้ดี และเนื่องจากวัสดุเป็นแบบเซลล์ปิด (Closed Cell) จึงมีฟองอากาศขนาดเล็กกระจายตัว ทำให้โฟมไม่ดูดซับความชื้น แผ่นฉนวนกันความร้อนพีอี (PE) จะช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร ทำให้เย็นสบาย และยังช่วยให้ที่อยู่อาศัย อาคาร ประหยัดพลังงานไฟฟ้า เนื่องจากลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ และฉนวนกันความร้อนพีอี (PE) ที่ติดมาใต้ท้องแผ่นหลังคาเมทัลชีท จะช่วยลดเสียงรบกวนที่เกิดจากฝนตกได้ดีอีกด้วย

คุณสมบัติของฉนวนกันความร้อนพีอี (PE)

  1. ลดความร้อน และระบายความร้อนได้ดี ป้องกันรังสีอุลตร้าไวโอเล็ต (UV)
  2. น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย สะดวกรวดเร็ว
  3. วัสดุเป็น อลูมิเนียมฟอยล์ ทำให้ไม่ลามไฟ
  4. ป้องกันความชื้นได้ดี
  5. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย
  6. มีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อแรงดึง ฉีกไม่ขาด และเข้ารูปกับลอนหลังคาเมทัลชีทได้ดี ทำให้ติดแผ่นฉนวนได้ เรียบ   สนิท สามารถวางบนฝ้าเพดาน ผนัง หรือติดกับลอนหลังคา ก็สามารถทำได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว
  7. ประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากประหยัดพลังงานไฟฟ้า
  8. มีอายุการใช้งานยาวนาน